ประวัตินักบอล

ประวัตินักบอล สุดยอดนักเตะที่ฝีเท้าดีและแฟนบอลชื่นชอบมากที่สุด

ประวัตินักบอล สุดยอดนักเตะในตำนาน จากเรอัล มาดริด เขาคือ แกเร็ท เบล

ประวัตินักบอล สำหรับบทความในวันนี้ขอหยิบยกประวัตินักเตะคนหนึ่ง ซึ่งเขาคนนี้เป็นนักเตะที่โดนคนดูถูกมาเยอะ เจ็บมาเยอะ บ้างก็ว่า หน้าเขาเหมือนลิงบ้างหละ แต่คำพูดพวกนั้นไม่ได้ทำให้เขาอยากเล่นฟุตบอลน้อยลงเลยด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า แกเร็ท แฟรงก์ เบล หรือที่รู้จักกันในนาม แกเร็ท เบล เด็กหนุ่ม

จากเมือง คาร์ดิฟ ประเทศเวลส์ เด็กน้อยเบล เริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล โดยเขามีอายุเพียงแค่ 9 ขวบ ในเมืองหลวง คาร์ดิฟ เด็กหนุ่มเบลคนนี้ ไม่ว่าจะเล่นกีฬาอะไรในโรงเรียน เขามักจะทำได้ดีที่สุด เและเก่งไปสะทุกกีฬา ไม่ว่าจะเป็น กรีฑา ฮอกกี้ ลักบี้ หรือแม้แต่ฟุตบอล และเขายังมีสถิติติดตัวในการ

วิ่ง 100 เมตร ของโรงเรียนไฮสคูล ในขณะที่เขาอายุเพียงแค่ 14 ปี เท่านั้น ชีวิตของเขากำลังเติบโตขึ้นกับความเก่งทางด้านกีฬา แต่จะโดดเด่นในเรื่องฟุตบอลเป็นอย่างมาก เบล ไม่มีความเหมือนกับนักเตะคนอื่น ๆ ตรงที่ว่า เขาเริ่มเล่นกีฬาฟุตบอลตอนอายุ 9 ขวบ ก็จริงแถมยังมีการมาแอบส่องของแมวมองจาก

เซาท์แฮมตัน แต่ทว่าเขาก็ใช้ชีวิต กับการเรียนมากกว่า จนกระทั่ง เบล อายุ 14 เขาเริ่มจริงจังกับการเล่นฟุตบอลมากขึ้นแล้วมีโอกาสได้เข้าซ้อมกับ อาคาเดมี่ ของเซาท์แฮมตัน ในขณะเรียนของเบล เบลถือว่าเป็นคนที่โดดเด่นเรื่องฟุตบอลอย่างมาก เขามีพัฒนาการ มีทักษะในการเล่นฟุตบอลอย่างยอดเยี่ยม

ฟุตบอลอาชีพกับการเริ่มต้นของ กาเร็ธ เบล เริ่มต้น ในขณะที่เขานั้น อายุ 16 แต่ถ้าจะให้เทียบ กับนักเตะคนอื่น ๆ ถือว่า เบล เล่นฟุตบอลอาชีพได้ค่อนข้างช้ากว่าคนอื่น แต่ก็อย่างว่า ชีวิตในวัยเด็กมักจะผ่านไปไวเสมอ ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี กับการเล่นอยู่กับอะคาเดมี่ของเซาท์แฮมตัน และในระยะเวลา

เพียงแค่ 1 ปีเบล สามารถไปอยู่ในผู้เล่นทีมชุดใหญ่จากเมือง คาร์ดิฟได้ชีวิตของ เบล กำลังไปได้สวยเลยทีเดียว เบล เล่นกับทีมชุดใหญ่แค่ระยะเวลาเพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น จากนั้นชีวิตของเขากำลังจะเริ่มเติิบโตขึ้น เพราะมีแมวมองต้องการตัวไปอยู่ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส ในปี 2007 นั่นเอง

แกเร็ท เบล กับช่วงที่ใช้ชีวิตโลดแล่น กับสโมสร ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส

แกเร็ท เบล ในวัย 17 ปี กับการเล่นกับสโมสร ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส ในปี 2007 ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ในยุคนั้น กับสัญญาที่จะต้องอยู่กับ สเปอร์ส 4 ปี ชีวิตของเบล กำลังไปได้สวยในวงการพรีเมียร์ลีก เบล ในช่วงที่อยู่กับสเปอร์สนั้น เขาโชวฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง

เรียกได้ว่ากาเร็ธ เบล ในยุคนั้นเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์สอย่างมาก แต่เบลก็ไม่ได้โชวฟอร์มดีต่อเนื่องกัน จนในช่วงต้นฤดูกาล เบล ต้องพบกับอาการบาดเจ็บ ที่ต้องทำให้เขารักษาตัวอยู่นานเป็นปี เพื่อพักฟื้นร่างกาย และในช่วงฤดูกาลปี 2008 เบล เซ็นสัญญากับสเปอร์สอีก 4 ปี ซึ่งในเวลานั้นเบลเคยโดนดูถูกว่า

เป็นตัวเฮงซวยของทีม ลงเล่นกับทีมแต่ละที ทีมไม่ชนะเลย เขาโดนดูถูกมาเป็น เวลานานเกือบ 2 ปี กว่าเขาจะได้ชัยชนะในลีก ซึ่งทำให้เจ้าตัวกดดันไม่น้อย จนมีวันนึง แกเร็ท เบล ปีกตัวจี๊ดของสเปอร์ส ได้มีการทาบทามตัวจาก เรอัล มาดริด ถึงแม้ว่าเขาจะมีความสุขและลงตัวกับสเปอร์สแล้ว แต่ชีวิตของเขา

ประวัตินักบอล

ก็พลิกผันอีกครั้ง แกเร็ท เบล ย้ายร่วมทัพกับ เรอัล มาดริด ในปี 2013 ด้วยสัญญา 6 ปี ด้วยค่าตัวที่สูงเป็นประวัติศาสตร์โลก ของวงการลูกหนัง ด้วยค่าตัวสูงถึง 85 ล้านปอนด์ หรือราวประมาณ 4 พันล้านบาทไทย ณ ยุคนั้น โดยมี ค่าตัวมากกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เขาย้ายจากแมนยูด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์

กาเร็ท เบล ได้มีการเปิดตัวกับสโมสรเรอัล มาดริด อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 27 สิงหาคม ในปี 2013 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา เกือบ 10 ปีแล้วที่ เบล อยู่กับสโมสร เรอัล มาดริด แต่มีรายงานล่าสุดว่า เบล อาจจะย้ายกลับมา ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส เนื่องด้วยกำลังจะหมดสัญญากับ เรอัลมาดริด ในช่วงสุดท้ายก่อน เบล จะแขวนสตั๊ด ก็ต้องรอติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการ กับทางสโมสรนั่นเอง

ประวัตินักบอล ดีมีตาร์ อีวานอฟ เบร์บาตอฟ กับเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสไตล์การเล่นที่ไม่เหมือนใคร

ประวัตินักบอล สุดยอดนักเตะอีกคนหนึ่งที่ มีเอกลักษณ์ในการเล่นที่ไม่เหมือนใคร นักเตะชาวบัลแกเรีย เขามีชื่อว่า ดีมีตาร์ อีวานอฟ เบร์บาตอฟ ในวัย 17 ปี เขาได้ถูก สโมสร ซีเอสเคเอ โซเฟีย เป็นสโมสรของประเทศบัลแกเรีย ก่อนที่ เบร์ปาตอฟ ได้เล่นให้กับสโมสรชุดใหญ่ ใช่ช่วงปี 1998 – 1999 ในขณะที่เขา

ประวัตินักบอล

อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น หลังจากโลดแล่นอยู่กับสโมสรจากบัลแกเรียได้ไม่นาน ก็มีแมวมองตาดีจากเลอเวอคูเซ่น ยอดทีมจากศึกบุนเดสลิก้า สนใจในตัว เบร์ปาตอฟ จึงได้ดึงตัวมาร่วมทีมในช่วงปี 2001 แต่ทว่า เบร์บาตอฟ โชวฟอร์มการเล่นได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักหลังจากย้ายมาร่วมทีม เลอเวอคูเซ่น เขาใช้เวลาพิสูจน์

ตัวเองอยู่นานพอสมควรจนเข้าสู่ช่วง ฤดูกาล 2003 – 2004 ผลของของเบร์บาตอฟ เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยระเบิดฟอร์มโหดซัดประตูไปถึง 46 ประตู อีกทั้งยังทะลวงประตูในศึกใหญ่อย่าง ยูฟ่าเเชมป์เปี้ยนลีก อีก 5 ประตู ซึ่งฟอร์มการเล่นเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้สโมสรดัง ๆ ต่าง ๆ มากมายสนใจในตัวเขา แล้วเขาก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงอีก โดยการทาบทามตัวจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ในปี 2005

ชีวิตที่โลดแล่นบนสังเวียน พรีเมียร์ลีกและการย้ายทีมจนแขวนสตั๊ดของ ดีมีตาร์ อีวานอฟ เบร์บาตอฟ 

ชีวิตของ เบร์บาตอฟ เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ในการมาอยู่กับสเปอร์สด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร ในยุคนั้น และเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับสเปอร์ส ในปี 2006 การโลดแล่นอยู่ใน พรีเมียร์ลีก ของเบร์บาตอฟ ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนมาในช่วงปี 2007 เขาสามารถเป็นที่ยอมรับของสโมสรและเพื่อนร่วมทีมว่า เขาคือนักเตะที่ดีที่สุด

ในฤดูกาลอีกด้วย ด้วยฝีเท้าที่เฉียบคมของเขานั่นเอง และถือเป็นกำลังหลักของทีมคนสำคัญเลยก็ว่าได้ หลังจากอยู่ใน ศึกพรีเมียร์ลีก ไม่นาน เบร์บาตอฟ ก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยการที่ย้ายมาร่วมทีมยักใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 ด้วยค่าตัว 30.75 ล้านปอนด์ แต่ทว่าการเข้ามาร่วมทัพกับ

ปีศาจแดงนั้น เบร์ปาตอฟ ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนมีฉายาว่า กองหน้ัาจอมขี้เกียจ แต่เขาก็พยายามเร่งทำผลงานตัวเองจนมาเห็นผลในปี 2010 โดยที่เขาระเบิดฟอร์มสุดโหดจนจบฤดูกาล ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสโมสรเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นกองกำลังหลักที่ทำให้ทัพ ปีศาจแดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อเนื่อง

2 สมัยติด ในปี 2008-2009 / 2009-2011 อีกด้วย และถ้านับการย้ายทีมหลังจากที่อยู่แมนยูจนถึงปัจจุบันก็จะมี ในปี 2012-14 ย้ายไปฟูแล่ม 2014-2015 ย้ายไปอาแอ็ส มอนาโก 2015-2016 ย้ายไปพีเอโอเค ซาโลนิก้า 2016-2018 เคราล่า บลาสเตอร์ส และหลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวได้ประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2019

ในวัย 38 ปี หลังจากที่อยู่ในวงการลูกหนังมายาวนานกว่า 20 ปี นั่นเอง แถมยังมีสถิติทะลวงประตูสูงถึง 281 ประตู โดยการเล่น 665 แมทซ์ รวมทุกทีมทุกลีกในชีวิตของ เบร์ปาตอฟนั่นเอง บทความกีฬาที่น่าสนใจ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข่าวกีฬา Previous post ข่าวกีฬา ส.บอลฯเผยไทยยังไม่คอนเฟิร์มส่งแข้งยู-23ลุยศึกที่ดูไบ
UFAX10 Next post ข่าวบอล อาการน่าเป็นห่วง ชอว์หลอนกลัวแมนยูพลาดติดท็อปโฟร์